เกี่ยวกับเรา

สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม โครงการพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ (CoRE สถาบันไทย-เยอรมัน)


หลักการและเหตุผล

      เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติในประเทศ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2560 เห็นชอบมาตรการพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอ และให้กระทรวงอุตสาหกรรมดำเนินการขับเคลื่อนมาตรการต่าง ๆ ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ ด้านการพัฒนาบุคลากรและเทคโนโลยีด้านหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ โดยการจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศด้านหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ (Center of Robotic Excellence : CoRE) เป็นเครือข่ายความร่วมมือของหน่วยงานชั้นนำของประเทศ ทำหน้าที่ถ่ายทอดเทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติจากภาคการศึกษาไปสู่การผลิตหุ่นยนต์เชิงพาณิชย์ และยกระดับไปสู่การผลิตหุ่นยนต์ประเภทอื่น ๆ ที่มีความซับซ้อนในอนาคต โดยในระยะแรก ครม. มีมติให้จัดตั้งรวม 8 แห่ง ได้แก่ สถาบันไทย-เยอรมัน สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ สถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ภายหลังได้มีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังเข้าร่วมด้วย จึงมีหน่วยงานเข้าร่วมเป็นเครือข่ายทั้งสิ้นรวม 9 แห่ง โดยมีเป้าหมายภายใน 5 ปี จะพัฒนาหุ่นยนต์ต้นแบบอย่างน้อย 150 ผลิตภัณฑ์, ถ่ายทอดเทคโนโลยีหุ่นยนต์ขั้นสูงให้ผู้ประกอบการ จำนวน 200 ราย และฝึกอบรมบุคลากร ไม่น้อยกว่า 25,000 คน

      เนื่องจากในช่วงปีที่ผ่านมาประเทศไทยมีอัตราการขยายตัวของการลงทุนอยู่ในระดับต่ำเฉลี่ยเพียงร้อยละ 2 ต่อปี และมีอัตรการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือ GDP เฉลี่ยเพียงร้อยละ 3 ต่อปี ซึ่งอัตราการขยายตัวดังกล่าวไม่เพียงพอต่อการขับเคลื่อนการขยายตัวทางเศรษฐกิจในอนาคต ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศกำลังพัฒนาที่อยู่ครึ่งทางของการก้าวไปสู่ประเทศที่เศรษฐกิจพัฒนาแล้วแต่ยังติดอยู่กับภาวะกับดักรายได้ปานกลาง (Middle Income Trap) ที่ประเทศไทยมีอัตรารายได้เฉลี่ยต่อหัวประชากรเพียง 10,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี และต้องการเพิ่มเป็น 15000 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อปี จึงมีความจำเป็นที่จะต้องกำหนดกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ชัดเจน โดยกระทรวงอุตสาหกรรมได้เสนอ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ 5 อุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ (First S - Curve) ประกอบไปด้วย 1) อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ (Next-generation Automotive) 2) อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ (Smart Electronics) 3) อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Affluent, Medical and Wellness Tourism) 4) การเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ (Agriculture and Biotechnology) 5) อุตสาหกรรมการแปรรูปอาหาร (Food for the Future) และ 5 อุตสาหกรรมอนาคต (New S - Curve) 1) อุตสาหกรรมหุ่นยนต์เพื่อการอุตสาหกรรม (Robotics) 2) อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ (Aviation and Logistics) 3) อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ (Biofuels and Biochemicals) 4) อุตสาหกรรมดิจิทัล (Digital) 5) อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร (Medical Hub) เพื่อเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เพื่ออนาคต (New Engine of Growth)

      และจากการกำหนด 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายดังกล่าวทำให้ประเทศไทยต้องพัฒนาศักยภาพด้านผลิต ซึ่งประเทศไทยมีผลิตภาพการผลิตเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี อยู่ที่ 10,300 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งหากเปรียบเทียบกับประเทศสำคัญอย่าง ญี่ปุ่น สิงค์โปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเชีย ซึ่งมีผลิตภาพการผลิต มูลค่า 80,752, 84,391, 23,999, 10,327 และ 7,987 ดอลลาร์สหรัฐ ตามลำดับ จะพบว่า ประเทศไทย มีผลิตภาพการผลิตรองจาก ญี่ปุ่น สิงค์โปร์ มาเลเซีย และสูงกว่าประเทศอินโดนีเชียเพียง 2,300 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นประเทศที่มีจำนวนประชากรเป็นจำนวนมาก ซึ่งในการเพิ่มศักยภาพด้านการผลิตจำเป็นจะต้องอาศัยประชากรที่เป็นแรงงานในวัยทำงานซึ่งสวนทางกับสภาพทางประชากรในปัจจุบันที่เข้าสู่สังคมผู้สูงวัยหรือ AGED SOCIETY และคาดว่าจะก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ ในปี 2564 ซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องนำระบบหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติมาใช้เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ปัจจุบันทั่วโลกมีการนำเอาเทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติและมีการใช้งานอย่างแพร่หลาย ทั้งด้าน อุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมการแพทย์ และอุตสาหกรรมอาหาร เพื่อเพิ่มผลิตภาพในการผลิตและตอบสนองกับการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจในระดับมหภาคที่มีการขยายตัวเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งการนำเอาเทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติมาใช้จะช่วยให้เกิดความรวดเร็วและแม่นยำในการผลิตในอุตสาหกรรมต่างๆ และช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดข้อผิดพลาดในการทำงานได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังช่วยปฏิบัติงานแทนมนุษย์ในพื้นที่เสี่ยงภัยหรืองานที่มีความซับซ้อนสูงได้อีกด้วย

      ประเทศไทยในปัจจุบันการนำเอาเทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติมาใช้มีการขยายตัวเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และจะเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันในอนาคต แต่ผู้ประกอบการในประเทศไทยยังไม่สามารถพัฒนาระบบเทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติที่มีความซับซ้อนในระดับสูงได้เอง อีกทั้งยังขาดในส่วนของบุคลากรที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในด้านการวิจัย พัฒนาระบบ ออกแบบ สร้างระบบ และการซ่อมบำรุง จึงต้องมีการนำเข้าเทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติที่มีความซับซ้อน และความแม่นยำสูง จากต่างประเทศ จากข้อมูลการนำเข้า-ส่งออกในปี 2559 พบว่ามูลค่าการนำเข้ามีมูลค่าอยู่ที่ 1,490,572 ล้านบาท มูลค่าการส่งออกมีมูลค่า 675,720 ล้านบาท ส่งผลให้ประเทศไทยขาดดุลการค้าเฉลี่ยสูงถึงปีละ 8 แสนล้านบาทต่อปี ซึ่งหากยังปล่อยให้มีการนำเข้าในปริมาณมากเช่นนี้ต่อไป นอกจากประเทศจะสูญเสียเม็ดเงินจำนวนมหาศาลแล้ว ยังเสียโอกาสในการพัฒนาเทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติในประเทศ และเกิดการผูกขาดทางด้านเทคโนโลยีจากต่างประเทศ จนทำให้ประเทศไทยสูญเสียโอกาสทางด้านการแข่งขันในระยะยาวได้

      ดังนั้นเพื่อเป็นการตอบสนองต่อมติคณะรัฐมนตรี และความจำเป็นที่ประเทศไทยต้องเร่งพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ การดำเนินงาน “โครงการพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ” จะช่วยขับเคลื่อนการขยายตัวทางเศรษฐกิจให้ได้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด และรองรับกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมในอนาคต เพื่อก่อให้เกิดความมั่นคง มั่งคั่ง และยังยืน ของประเทศ


วัตถุประสงค์

  1. บูรณาการและผนึกกำลังของหน่วยงานในกระทรวงอุตสาหกรรมและหน่วยงานเครือข่ายเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ
  2. ยกระดับขีดความสามารถและเพิ่มจำนวนผู้ประกอบการด้านอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ
  3. พัฒนาต้นแบบ (Prototype) ให้กับผู้ประกอบการ System Integrator และ Automation machine builder และผลักดันไปสู่การผลิตเชิงพาณิชย์
  4. เพื่อบ่มเพาะ และ Start up ผู้ประกอบการด้านการออกแบบและพัฒนาหุ่นยนต์และเครื่องจักรกล อัตโนมัติ
  5. เพื่อส่งเสริมให้เกิดการรวมกลุ่มคลัสเตอร์และสมาคมผู้ประกอบการหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ
  6. เพื่อสร้างและพัฒนาบุคลากรให้มีขีดความสามารถในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบ อัตโนมัติให้เป็นที่ยอมรับทั้งในและต่างประเทศ.
  7. เพื่อสร้างและพัฒนาบุคลากรให้เป็นนักออกแบบและพัฒนาหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติให้กับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมการผลิต
  8. เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีที่ทันสมัยทั้งในและต่างประเทศเกี่ยวกับหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติให้กัภาคอุตสาหกรรม

ความสอดคล้อง

  • นโยบายรัฐบาล ข้อ 6. การเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ
  • ยุทธศาสตร์เชิงบูรณาการ แผนงานบูรณาการพัฒนาอุตสาหกรรมศักยภาพ
  • ยุทธศาสตร์ อก. ข้อ1. การเสริมสร้างศักยภาพของภาคอุตสาหกรรมให้เติบโตและเข้มแข็ง
  • ยุทธศาสตร์ สปอ. ข้อ 2. การเสริมสร้างศักยภาพของธุรกิจอุตสาหกรรม

กลุ่มเป้าหมายและสาขาอุตสาหกรรม

  • กลุ่มผู้ประกอบการด้านหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ (SI , Builder, Component and Software)
  • กลุ่มผู้ประกอบการที่ใช้หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติในอุตสาหกรรมเป้าหมาย S-Curve กลุ่มอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์

ผู้รับผิดชอบโครงการ

ผู้รับผิดชอบโครงการ:
สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม
โทรศัพท์: 02-202-3266
E-mail: planecon55@hotmail.com

ผู้ประสานงานโครงการ:
นายรุ่งศักดิ์ นาวงษ์
โทรศัพท์: 038-215033 ต่อ 1300
E-mail: rungsak.n@tgi.mail.go.th